กรมชลฯ มั่นใจมีแก้มลิงรับน้ำเหนือ

                 นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในปีนี้ฝนตกกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศทำให้เขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่งมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตก อย่างไรก็ตามในส่วนของพื้นที่ภาคกลางลุ่มเจ้าพระยาซึ่งเป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำที่ไหลมาจากตอนบนนั้น ได้มีการพร่องน้ำในระบบชลประทานเพื่อรักษาระบบนิเวศลำน้ำหน้าฝน และลดระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาให้รองรับน้ำได้มากขึ้น
   
                 ส่วนนาปีนั้น คาดว่าจะไม่กระทบมากนักเนื่องจากในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาขณะนี้เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการทำนาใหม่โดยทำนาปีเร็วขึ้นกว่าปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงอุทกภัยที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูฝน โดยได้เริ่มทำนาปีตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม2554ที่ผ่านมาคาดว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้งหมดไม่เกินกลางเดือนกันยายน 2554จากนั้นจะขอความร่วมมือจากเกษตรกรอย่าเพิ่งทำนาปรังต่อเนื่องปล่อยพื้นที่นาให้ว่างจนถึงเดือนธันวาคม 2554 ค่อยเริ่มทำนาปรัง 
   
                 “การทำนาปีเร็วขึ้นนอกจากจะทำให้ผลผลิตข้าวไม่ได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งมักจะเกิดในช่วงปลายเดือนกันยายน-พฤศจิกายนแล้ว ยังเป็นการพักหน้าดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินช่วยตัดวงจรการระบาดของแมลงศัตรูข้าว โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ลดต้นทุนการผลิตจากการใช้ปุ๋ยเคมี และสารป้องกันกำจัดศัตรู รวมทั้งยังสามารถใช้พื้นที่นาทำเป็นแก้มลิงรองรับน้ำเหนือที่หลากลงมา ป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เมืองได้อีกด้วย โดยที่จะไม่ถูกต่อต้านจากเกษตรกร เนื่องจากข้าวเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว"รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว
   
                   นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รณรงค์ให้ทำนาปีละ2ครั้ง คือ นาปี กับ นาปรังเท่านั้น
   
                   สำหรับพื้นที่อื่นๆนั้นให้พิจารณาตามความเหมาะสมโดยขณะนี้ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนก็ทำนาปีเร็วขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งเกษตรกรได้ทำนาปีตั้งแต่ วันที่ 1มิถุนายน 2554 เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้น ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมเป็นประจำ เช่นที่ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เป็นต้น จะไม่ทำนาปี ทำเฉพาะนาปรัง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถให้ทำนาปีได้ตามปกติ เพราะไม่มีผลกระทบในเรื่องน้ำท่วม
   
                   “ปัจจุบันฤดูกาลได้เปลี่ยนแปลงไป ฤดูแล้งไม่เคยเกิดภาวะน้ำท่วม ปัจจุบันก็เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นเกษตรกรจะต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาต่างๆ”รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว.
 
 
 
 
 
 
 
ที่มา : นสพ.เดลินิวส์ หน้า 10