ผักชี-ตต้นหอมราคาพุ่งพรวด 100%

                น้ำท่วมทำผลผลิตผักเข้าสู่ตลาดลดลง 30% ดันราคาพุ่งพรวด ผักชี ต้นหอม ขยับ 100%ผักชนิดอื่นขยับ 10-20%"พาณิชย์"ตั้งศูนย์เฝ้าติดตามเตรียมนำผักจากแหล่งผลิตอื่นป้อนพื้นที่ขาดแคลนคาด2สัปดาห์คลี่คลาย ชาวบ้านโวยลั่น พ่อค้าเริ่มฉวยโอกาส ขึ้นราคากระสอบทราย เรือพลาสติก เครื่องสูบน้ำ จี้ดูแลด่วน "พรทิวา"สั่งพาณิชย์จังหวัดติดตามราคาใกล้ชิด "ยรรยง"ยันเงินเฟ้อไม่กระทบ 

                นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยหลังประชุมกับกลุ่มผู้ประกอบการตลาดค้าส่ง ค้าปลีกอาหารสด ถึงผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดว่า น้ำท่วมได้ส่งผลให้พื้นที่ปลูกผักในหลายจังหวัดได้รับความเสียหาย และยังเป็นอุปสรรคไม่สามารถขนส่งผักมาจำหน่ายตามตลาดกลางได้ จนมีผลให้ปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ทั้ง ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดศรีเมืองลดลง 10-30%และมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ปกติ 10-20% แต่ยังมีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภค และไม่ขาดตลาดแต่อย่างใด
       
                ทั้งนี้ ผักที่ได้รับผลกระทบมากส่วนใหญ่มาจากแหล่งเพาะปลูก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะ ผักชี ต้นหอม และผักกาดหอมราคาเพิ่มกว่า 100%ขณะที่ผักชนิดใบที่นิยมบริโภคมาก เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ราคาเพิ่ม 10-20%ขณะที่กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ราคาไม่เพิ่ม เพราะส่วนใหญ่ปลูกบริเวณภาคเหนือ โดยราคาขายผักสดในกรุงเทพ ณ วันที่ 26 ต.ค. จากกรมการค้าภายใน มีดังนี้ ผักคะน้า กก.ละ 40-42 บาท บุ้งจีน 30-32 บาท กวางตุ้ง 30-32 บาท ผักกาดหอม 50-52 บาท กาดขาวปลี 20-25 บาท กะหล่ำปลี 20-22 บาท ผักชี 200-210 บาท ต้นหอม 110-120 บาท ขึ้นฉ่าย 80-90 บาท กะหล่ำดอก 58-60 บาท ผักกาดหัว 25-30 บาท มะระจีน 40-42 บาท แตงกวา 26-28 บาท ฟักเขียว 12-15 บาท
       
                อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมประเมินว่าราคาผักสดน่าจะลดลงและกลับสู่สถานการณ์ปกติใน 1-2 สัปดาห์ เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย แต่ระหว่างนี้กรมฯ ได้ตั้งศูนย์เฝ้าระวังผักสดเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อติดตามดูแลภาวะราคา และเชื่อมโยงผักสดจากแหล่งพื้นที่เพาะปลูกหลายๆ แหล่งเข้าด้วยกัน เนื่องจากแหล่งเพาะปลูกผักขนาดใหญ่ตอนนี้มี 2ฝั่ง จากนครราชสีมา และราชบุรี นครปฐม ซึ่งหากนครราชสีมาน้ำท่วม ศูนย์จะคอยเชื่อมโยงนำผักจากราชบุรี ซึ่งมีราคาถูกกว่าไปจำหน่ายตามตลาดสดที่มีราคาแพงแทน
       
                นอกจากนี้ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านสายด่วน 1569 ว่ามีสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในช่วงน้ำท่วมราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งกระสอบทรายเพิ่มจากถุง 3-4 บาท เป็น 7 บาท เรือท้องแบนพลาสติกพร้อมใบพายจากลำละ 2,000-3,000บาท เป็น 5,000-6,000บาท รวมถึงเครื่องสูบน้ำที่สต็อกสินค้าลดลงมาก และส้วมพลาสติกด้วย โดยกรมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ หากพบว่าค้ากำไรเกินจริง ก็จะมีโทษปรับและจำคุก
       
                นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้มอบนโยบายการดูแลราคาสินค้าในช่วงน้ำท่วมผ่านการประชุมระบบวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์กับพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยสถานการณ์ราคาสินค้าในขณะนี้ยังมีปริมาณเพียงพอ ไม่ขาดแคลน และไม่พบการกักตุน หรือฉวยโอกาสขึ้นราคา ซึ่งหลังจากน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการรองรับในการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมต่อไป
       
                 สำหรับสถานการณ์สินค้า พบว่า สินค้าหมวดวัสดุก่อสร้างยังทรงตัว ปริมาณสินค้าเพียงพอ ไม่พบการปฏิเสธการจำหน่าย หรือกักตุนสินค้า ยกเว้นทรายและอิฐมอญ บางพื้นที่มีสินค้าจำหน่ายไม่เพียงพอ เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง และแหล่งผลิตอิฐมอญ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำท่วม ราคาปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช ความต้องการของเกษตรกรมีสูงขึ้น ในพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง โดยเฉพาะภาคกลาง เช่น ราชบุรี เพชรบุรีและนครปฐม ที่เกษตรกรเริ่มทำการเพาะปลูกพืชผัก ขณะที่ยารักษาโรคมีการปรับราคาสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่เกินราคาที่พิมพ์ไว้ที่ข้างกล่อง
       
                นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะทำให้ราคาสินค้าหลายรายการโดยเฉพาะกลุ่มพืชผัก และสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่สินค้าหมวดนี้มีน้ำหนักในการคำนวนเงินเฟ้อเพียง 5.78% ประกอบกับภาพรวมกำลังซื้อประชาชนไม่ได้สูงมาก ทำให้ทิศทางเงินเฟ้อไม่น่าจะปรับตัวสูงขึ้นตาม นอกจากนี้ ช่วงปลายปีเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากปัจจัยเงินบาทแข็งค่า และฐานเปรียบเทียบปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูง ทำให้กระทรวงพาณิชย์ ยังมั่นใจว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ในกรอบ 3-3.5%
 
 
 ที่มา : นสพ.ASTVผู้จัดการออนไลน์ หน้า 6