กระทรวงเกษตรฯ นำทัพ เจาะตลาด “อาหารพร้อมบริโภค” ในญี่ปุ่น

                ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของไทย ซึ่งปี 2552  ที่ผ่านมา มีมูลค่าการส่งออกกว่า 100,000 ล้านบาทสินค้าที่ญี่ปุ่นมีแนวโน้มนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ เนื้อไก่แปรรูป กุ้งแปรรูป กุ้งสดแช่เย็น/แช่แข็ง เครื่องปรุงรส ผักแช่แข็งและผักปรุงแต่งและไส้กรอก เป็นต้น ทั้งยังมีความต้องการอาหารพร้อมบริโภคและอาหารที่สามารถนำไปปรุงอาหารได้เองมากขึ้นด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดงานประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่สินค้าอาหารพร้อมบริโภคของไทยในประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งขยายช่องทางตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทย และหวังนำรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต
                นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจและสังคมของญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปมากโดยเฉพาะเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวขนาดเล็กและพักอาศัยในห้องเช่าที่มีพื้นที่จำกัด การปรุงอาหารบริโภคภายในครัวเรือนจึงสร้างความยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยสูงกว่าการซื้ออาหารสำเร็จพร้อมบริโภค นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังมีความเร่งรีบในการดำรงชีวิตทำให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไปด้วย โดยหันมาพึ่งอาหารพร้อมบริโภคมากขึ้น
 
                ผลการสำรวจของ Ministry of Internal Affairs and Communications  ระบุว่าครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่มีสมาชิกมากกว่า 2 คน จะมีการใช้จ่ายประมาณ 8,100 เยน (ประมาณ2,700 บาท) ต่อเดือน เพื่อซื้ออาหารที่ปรุงสำเร็จ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าที่สูงกว่าเมื่อ 40 ปีที่แล้วถึง 12 เท่าญี่ปุ่นจึงถือเป็นโอกาสทางการตลาดใหม่ของไทยที่จะรุกขยายตลาดผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว อาทิอาหารมื้อหลัก ขนมหวาน และอาหารว่าง เป็นต้นกระทรวงเกษตรฯ จึงได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)ร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว และผู้ส่งออกไทยกว่า 15 บริษัท และ 2 สมาคม จัดงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์นวัตกรรมอาหารพร้อมบริโภค(Thai Tasty Ready-to-Eat Food) ของไทย รวมทั้งอาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบหลายชนิด (Composite Food) ณ โรงแรมอิมพีเรียลกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภค ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายสินค้าในประเทศญี่ปุ่นทราบถึงศักยภาพการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคของไทยพร้อมเสนอทางเลือกในการบริโภคอาหารที่เน้นคุณภาพและมาตรฐานที่ตอบสนองต่อสภาพวิกฤติเศรษฐกิจของญี่ปุ่นด้วย
ด้านนายนิวัติ สุธีมีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า อาหารพร้อมบริโภคของไทยที่นำไปให้ชิมในงานนี้ ได้แก่ ไก่ทอดชนิดต่างๆ ไก่ยากิโทริ หมูสามชั้นนึ่งซีอิ้ว หมูชุบเกร็ดขนมปังทอด เกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวหมู เบคอนห่อไส้กรอก มะม่วงอบกรอบ มังคุดอบกรอบ และสับปะรดอบกรอบ เป็นต้น ซึ่งผลปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการนำเข้า นักธุรกิจด้านอาหาร สหกรณ์ผู้บริโภค และผู้แทนภาครัฐของญี่ปุ่นค่อนข้างสูง โดยผู้เข้าร่วมงานได้รับทราบทั้งข้อมูลกระบวนการผลิต มาตรฐานสินค้า ได้ทดลองชิมอาหารผลิตจากไทยที่มีรสชาติอร่อย และมีรูปลักษณ์สวยงาม ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนญี่ปุ่นมาก
 
                โอกาสเดียวกันนี้ ยังได้มีการลงนามข้อตกลงที่จะซื้อขายสินค้าพร้อมบริโภคระหว่างบริษัทผู้ผลิตของไทยและบริษัทผู้นำเข้าญี่ปุ่นจำนวน 3 คู่ เพื่อจัดส่งสินค้าอาหารไทยมาญี่ปุ่นปีละรวม 26,000 ตันต่อปี ได้แก่ บริษัท จีเอฟพีที (GFPT) ของไทยกับบริษัท นิชิเรของญี่ปุ่น บริษัท ซีพีเอฟ (CPF) ของไทยกับบริษัทอาซาฮีบรอยเลอร์ (ASAHI Broiler )ของญี่ปุ่น และบริษัท เบทาโกรของไทยกับบริษัทบอสตันเทรดดิ้ง (BOSTON Trading INC) ของญี่ปุ่น ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสนใจในสินค้าอาหารของประเทศไทย
 
                อย่างไรก็ตาม เกษตรกรต้องเร่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน พร้อมคัดเลือกและพัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาดเพื่อรักษาตลาดสินค้าอาหารพร้อมบริโภคของไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
 
 
 
ที่มา : นสพ.สยามรัฐ หน้า 19 , นสพ.บ้านเมืองหน้า 20