ขึ้นทะเบียนเกษตรรอบ 2 เน้นทันสมัยรัดกุมและชัดเจน

                โครงการประกันรายได้เกษตรกร....เป็นหนึ่งผลงานโดดเด่นภายใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายหลังรอบแรกประสบความสำเร็จลงตัวคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีมติเห็นชอบให้เดินเครื่องโครงการต่อในรอบที่ 2
กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้เปิดรับขึ้นทะเบียนการปลูกข้าวปี 2552/53 รอบที่ 2 เพื่อให้ได้ข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงและเตรียมพร้อมเข้าสู่โครงการในปีนี้
                นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวในโครงการประกันรายได้รอบที่ 1 มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนรวม กว่า 4.2 ล้านราย สำหรับการรับขึ้นทะเบียนรอบที่ 2 นี้เปิดรับขึ้นทะเบียนการปลูกข้าวของเกษตรกรพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค.-30 เม.ย.53 ยกเว้น 14 จังหวัดภาคใต้ จะรับขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 ก.ค.นี้ โดยสามารถยื่นขึ้นทะเบียนได้ที่สำนังานเกษตรอำเภอศูนย์บริการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลและสถานที่ที่สำนักงานเกษตรอำเภอนัดหมาย
                ทั้งนี้ เพื่อจะได้ทราบจำนวนผู้ปลูกข้าว รวมถึงเนื้อที่เพาะปลูกและประมาณ การผลผลิต ปี 2552/53 รอบที่ 2 เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้เป็นหลักฐานประกอบการรับการช่วยเหลือจากรัฐบาลทั้งยังเป็นการป้องกันมิให้มีการสวมสิทธิ์เกษตรกรและปัญหาข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยกรมฯจะเน้นพัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงมีความทันสมัยและรัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งในรอบที่ 2 นี้คาดว่าจะมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนไม่น้อยกว่า 4.83 แสนราย ทั่วประเทศพื้นที่อาจเพิ่มถึง 10-12 ล้านไร่
                ที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิตได้มีมติเห็นชอบกำหนดชนิดข้าวเปลือกที่จะเข้าร่วมโครงการฯรอบที่ 2 จำนวน 3 ชนิด คือ ข้าวเปลือกเจ้าปทุมธานี 1 ข้าวเปลือกเหนียวและข้าวเปลือกเจ้าพันธุ์ที่ทางราชการรับรองมีทั้งหมด 29 พันธุ์ ได้แก่ กข1, กข3, กข7, กข9, กข11, กข21, กข23, กข25, กข29 (ชัยนาท 80), กข31 (ปทุมธานี 80), กข33 (หอมอุบล 80), กข37, กข39, กข41, กข43, ข้าวเจ้าหอมคลองหลวง 1, หอมสุพรรณบุรี, บางแตน, ชัยนาท 1, ชัยนาท 2, พัทลุง, พิษณุโลก 2, พิษณุโลก 60-2, สุพรรณบุรี 1, สุพรรณบุรี 2, สุพรรณบุรี 3, สุพรรณบุรี 60, สุพรรณบุรี 90 และสุรินทร์ 1
                หลังขึ้นทะเบียนแล้วคณะกรรมการตรวจสอบระดับตำบลจะเร่งตรวจสอบเอกสารของเกษตรกรทุกรายที่มีรายชื่อบันทึกในระบบ ทพศ.1 รอบที่ 2 จากนั้นจะมีการจัดเวทีประชาคมให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 15 พ.ค.53 ยกเว้น 6 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.-15 ส.ค. เพื่อให้ชุมชนและบุคคลที่อาศัยอยู่ในชุมชนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดยกำหนดมาตรการว่าหากพบว่าเกษตรกรแจ้งข้อมูลเท็จจะยกเลิกสัญญาทันทีและจะมีความผิดทางอาญาด้วย
 
                "เกษตรกรต้องแจ้งพื้นที่เพาะปลูกและชนิดพันธุ์ข้าวที่ปลูกแก่เจ้าหน้าที่ให้ตรงตามความเป็นจริงหากตรวจพบว่ามีการแจ้งเท็จจะถูกยกเลิกสัญญาพร้อมตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมโครงการ และจะมีความผิดทางอาญา กรณีจัดเวทีประชาคมแล้วพบว่ามีเกษตรกรรายหนึ่งรายใดเจตนาแจ้งข้อมูลที่ไม่เป็นจริง อาจจะยกเลิกการทำประชาคมครั้งนั้นทั้งหมู่บ้านเมื่อผ่านเวทีประชาคมแล้วสำนักงานเกษตรอำเภอจะออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนให้เพื่อนำไป ทำสัญญากับ ธ.ก.ส.ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งจะได้รับสิทธิ์ในการรับการช่วยเหลือเหมือนครั้งที่ผ่านมา" นายอรรถกล่าว
 
                อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนการปลูกข้าว ปี 2552/53 รอบที่ 2 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนส่งเสริมการผลิตข้าว สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร โทร.0-2940-6100 เวลาราชการ.
 
 
 
ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ หน้า 7