วิกฤติสหรัฐไม่กระทบภาคเกษตร สศก.แนะขยายตลาดยุโรป-ตะวันออกกลางเพิ่มกันเหนียว

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เข้าสู่ภาวะถดถอยอยู่ในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อภาคการเงินและเศรษฐกิจของสหรัฐฯและหลายประเทศทั่วโลก แต่จากการวิเคราะห์สถานการณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พบว่า ปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบที่ชัดเจนทั้งในภาคการเงินและภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากเมื่อพิจารณาถึงการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรและสินค้าทั้งหมดในภาพรวมยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกลำดับที่ 2 ของไทย รองลงมาจากญี่ปุ่น โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2551 มีมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมทั้งหมดของไทยไปสหรัฐฯ เท่ากับ 436,782.18 ล้านบาท สำหรับสินค้าเกษตรแล้วสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกลำดับที่ 4 รองลงมาจากจีน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกลำดับที่ 1 ของไทย ซึ่งในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาไทยได้ส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมไปสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 82,253.23 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตร 41,006.05 ล้านบาท และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร 41,247.18 ล้านบาท เป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.47 และ 7.85 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

 ด้าน นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญของไทย คือ สินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ยางพารา กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง และข้าว โดยเฉพาะข้าวมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 55.30 เนื่องจากข้าวสารมีราคาสูง ประชาชนบางส่วนจึงหันมาบริโภคข้าวมากขึ้น ยกเว้นกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งมีอัตราการส่งออกลดลงร้อยละ 4.40 เนื่องจากความต้องการบริโภคที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

 "ถึงแม้ปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรไทยมากนัก แต่สินค้าบางชนิดเริ่มมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบ เช่น กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการขยายตลาดสินค้าเกษตรไปยังตลาดอื่น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศแถบเอเชีย ยุโรปและตะวันออกกลาง" นายอภิชาต กล่าว 
 
                                                                                 ที่มา  นสพ.แนวหน้า