ศึกกำแพงภาษีจีน-เมกา ส้มหล่นประเทศส่งออกสินค้าประมง

                ประเทศผู้ส่งออกสินค้าประมงไปยังจีน ได้รับผลประโยชน์ที่ไม่คาดคิดจากปัญหาความตึงเครียดของภาษีที่ขัดแย้งด้านภาษีสินค้าระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกา เช่น ชิลีสามารถส่งออกสินค้าปลาแซลมอนไปยังจีนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2561 ถึงราว 452,000 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และสื่อมวลชนในจีนยังให้ความเห็นว่าเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะแสดงศักยภาพในการขยายตลาดส่งออกสินค้าอาหารทะเลไปยังประเทศจีน ซึ่งลดการนำเข้าอาหารทะเลจากสหรัฐอเมริกาลงเหตุจากความขัดแย้งทางการค้า
                ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 จีนได้ขึ้นภาษีสินค้าอาหารทะเลของสหรัฐอเมริกาถึงร้อยละ 25 โดยเฉพาะสินค้าปลาแซลมอน และกุ้งลอบสเตอร์ เพื่อตอบโต้สหรัฐฯที่ได้ขึ้นอัตราภาษีสินค้าหลายชนิดของจีน จนกระทั่งสินค้าปลาแซลมอนของสหรัฐฯ ที่เคยเป็นสินค้าหลัก และมีมูลค่าการส่งออกไปยังจีนมากถึง 318.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2560 รวมถึงสินค้าอาหารทะเลอื่นๆ เช่น กุ้งลอบสเตอร์ ปูอลาสก้า และหมึกแคลิฟอร์เนีย ขณะนี้มีราคาที่พุ่งสูงในตลาดจีนเนื่องจากถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูง ทำให้มีช่องว่างทางการตลาดต่อประเทศอื่นที่ส่งออกสินค้าอาหารทะเลไปยังจีน เช่นกุ้งลอบสเตอร์ของสหรัฐฯมีอัตราภาษีร้อยละ 32 ในขณะทีผู้ซื้อชาวจีนสามารถซื้อกุ้งลอบสเตอร์จากแหล่งอื่นที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า เช่น แคนาดาที่จีนเก็บเพียงร้อยละ 7 
                ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ของไทยกล่าวว่าผู้ส่งออกสินค้าประมงของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ค้ากุ้ง ปูสดและแช่แข็งได้ผลประโยชน์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จีนจะซ้อสินค้าประมงจากไทยเพิ่มขึ้น โดยปี 2560 จีนนำเข้าอาหารทะเลของไทยมูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการนำเข้าทั่วโลกมูลค่า 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยสินค้าที่ไทยมีโอกาสขยายตัวในการส่งออกไปจีนมากขึ้น ได้แก่ กุ้ง ปลา และปลาหมึก 
ที่มา: fis.com สรุปโดย: มกอช(11/09/2561)