ฮ่องกงปรับลดความเข้มงวดการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น

                จากเหตุการณ์เแผ่นดินไหวที่มีขนาดความรุนแรงถึง 9 ริกเตอร์ในทางทิศตะวันออกของญี่ปุ่นเมื่อปี 2554 ทำให้คลื่นยักษ์สึนามิถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งในจังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima) จนได้รับความเสียหายและส่งผลให้กัมมันตรังสีแผ่กระจายทั่วพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี เป็นเหตุให้ฮ่องกงระงับการนำเข้าอาหารจากหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบในญี่ปุ่นได้แก่ ชิบะ (Chiba) กุนมะ (Gunma) อิบารากิ (Ibaraki) และ โทชิงิ (Tochigi) 
                ทั้งนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ผ่านมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว ศูนย์ความปลอดภัยอาหารของฮ่องกง (Hong Kong Center for Food Safety) จึงได้ทบทวนการประเมินความเสี่ยงใหม่ โดยเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนการระงับนำเข้าอาหารดังกล่าว ซึ่งได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยฮ่องกงจะยังคงระงับการนำเข้าอาหารจากจังหวัดฟุกุชิมะต่อไป แต่อนุญาตให้นำเข้า ผัก ผลไม้ นม และนมผงจากอีก 4 จังหวัดข้างต้นได้ โดยต้องมีใบรับรองปริมาณการค้างของกัมมันตรังสีจากทางการญี่ปุ่น ว่าไม่เกินค่าที่คณะกรรมาธิการภายใต้โครงการมาตรฐานอาหาร (Codex Alimentarius Commission : CAC) กำหนดไว้ว่ามีความปลอดภัยเพียงพอต่อการบริโภค
                ทั้งนี้ ผู้ส่งออกจะต้องขอใบรับรองเพื่ออนุญาตส่งออก (Export Certificate) จากทางการญี่ปุ่น เพื่อรับรองว่า ผลิตภัณฑ์อาหารนั้นปลอดภัยสำหรับการบริโภค และจำหน่ายได้ภายในประเทศต้นทาง เพื่อยืนยันถึงความปลอดภัยจากจากสารกัมมันตรังสีที่ญี่ปุ่นกำหนดไว้เข้มงวดกว่า Codex 

ที่มา: foodsafetynews.com สรุปโดย: มกอช. (21/08/2561)