ในประเทศ - เร่งส่งเสริมการใช้ยางในภาครัฐ 9หน่วยงานยันเอาแน่กว่า2หมื่นตัน1.6หมื่นล้าน

           พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยว่า กยท. ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าการใช้ยางพาราในการดำเนินโครงการของส่วนราชการ ปี 2560 ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐแจ้งปริมาณความต้องการใช้ยางพาราเพิ่มเติม พร้อมแนวทางการดำเนินงานในปี 2561 ตั้งแต่ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว สำหรับส่วนราชการที่ตั้งงบประมาณไว้แล้วสามารถดำเนินการต่อไป แต่ในบางหน่วยงานที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ อาจจำเป็นต้องใช้งบกลางที่มีจำกัด ซึ่งการใช้งบกลางที่มีอยู่เป็นเรื่องของนโยบายของรัฐบาล เชื่อว่ารัฐบาลมองเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ส่วนในระยะยาวจะต้องมีการนำงานวิจัยหรือการกำหนดมาตรฐานมาใช้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้มีการนำยางไปใช้ในปริมาณมากขึ้น

           ด้าน นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า ในช่วงจากนี้จนถึงเดือนกันยายน สรุปว่า มีหน่วยงานราชการ 9 หน่วยงาน ยื่นความจำนงที่จะใช้ยางพาราอย่างแน่นอน โดยจะใช้ยางภายในหน่วยงานซึ่งเป็นน้ำยางข้น 22,321 ตัน ยางแห้ง 2,952 ตัน รวมเป็นงบประมาณ 16,925 ล้านบาท โดย กยท.จะเร่งประสานกับหน่วยงานเจ้าของงบประมาณเพื่อดำเนินการภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ สำหรับเรื่องงบประมาณจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ บางหน่วยงานใช้งบประมาณปกติที่ตั้งไว้ บางหน่วยงานใช้จากงบเหลือจ่าย และบางหน่วยงานต้องตั้งงบประมาณเพื่อขอจากงบกลาง แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 หากหน่วยงานที่ต้องของบกลาง จะต้องทำเรื่องส่งให้สำนักงบประมาณภายในสัปดาห์นี้

           “รายการพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่แต่ละหน่วยงานจะนำมาใช้ มีทั้งสิ้น 23 รายการ โดยได้รับการรับรองเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. แล้วทั้งสิ้น 22 รายการ ได้แก่ ถุงฝายยาง แผ่นรองคอสะพาน ยางกันชนท่าเรือ ท่อดูดน้ำและส่งน้ำ แผ่นยางกันซึม ยางคั่นรอยต่อพื้นคอนกรีต ยางขวางถนนจำกัดความเร็ว ยางแผ่นสำหรับปูบ่อน้ำ น้ำยางคอมพาวด์เคลือบผ้าปูสระกักเก็บน้ำ แผ่นยางรองรางรถไฟ แผ่นยางปูคอกปศุสัตว์ ยางปูพื้น ยางปูสนามฟุตซอล ยางปูพื้นลู่วิ่งลานกรีฑาระดับมาตรฐานสากล ยางปูพื้นลานกรีฑาระดับท้องถิ่น รองเท้าบู๊ทยาง ยางพื้นรองเท้า ถุงมือยาง ถุงยางอนามัยจากน้ำยางธรรมชาติ ฟองน้ำลาเท็กซ์สำหรับทำหมอน ฟองน้ำลาเท็กซ์สำหรับทำที่นอน และผลิตภัณฑ์ยางที่ได้รับ มอก. พร้อมมีราคากลาง จำนวน 1 รายการ คือ ถนนแอสฟัลท์ซีเมนต์ผสมยางพารา เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วได้หารือกับกรมบัญชีกลาง แม้ยังไม่มีราคากลางแต่สามารถใช้วิธีสืบราคา และสามารถกำหนดราคากลางเอง โดยไม่มีเงื่อนไข ดังนั้น สามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ทันที ทั้งนี้ มีเพียงรายการเดียวที่ยังไม่มี มอก. คือ ถนนดินซีเมนต์ยางพารา”

           นายธีธัชกล่าวอีกว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้นำเรื่องถนนยางพาราดินซีเมนต์ไปศึกษาต่อในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำถนน เพราะในส่วนของถนนดินซีเมนต์ที่จะนำมาใช้ จะเป็นส่วนซับเบสด้านล่างของชั้นถนนไม่ใช่ชั้นผิวถนน เพราะฉะนั้นทุกผิวถนนสามารถใช้ยางนี้ไปทำเป็นซับเบสได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางมากขึ้นจากเดิมที่เป็นถนนแอสฟัลท์ มีการใช้ยางพาราเพียง 5-8 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าทำเป็นถนนยางพาราดินซีเมนต์ สามารถเพิ่มได้ถึง 12 ตันต่อกิโลเมตร แต่ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้มีการดำเนินการทดสอบแล้ว 6 เดือน สามารถใช้ยางพาราถึง 18 ตันต่อกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กรมชลประทานและกระทรวงกลาโหมได้แจ้งความประสงค์ที่จะดำเนินการรับมอบยางตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เพื่อที่จะนำไปใช้ในการดำเนินการโครงการของแต่ละหน่วยงาน เพราะฉะนั้นจากนี้เป็นการเริ่มต้นปฏิบัติจริงเป็นรูปธรรม
 
 
 
 
 
 
ที่มา : แนวหน้า