ในประเทศ - รายงานพิเศษ : สศก.โชว์ตัวเลขดัชนีรายได้เกษตรกรครึ่งปี’60เพิ่ม15% ผู้ปลูกมังคุดเฮรับรายได้สูงกว่าพืชทุกตัว

          สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้ทำการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรของไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 พบว่ามีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งด้านผลผลิต และราคาที่เพิ่มขึ้นนำไปสู่รายได้ของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

          นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในช่วงครึ่งปีแรก โดยวัดจากดัชนีรายได้เกษตรกรตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2560 พบว่า ภาพรวมรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นจากปี’59 ที่ 142.42% เพิ่มขึ้นเป็น 163.79% คิดเป็นสัดส่วนรายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้นถึง 15.01% ซึ่งเกิดจากปัจจัยของสภาพอากาศเอื้ออำนวยและเกษตรกรมีการบริหารจัดการแปลงที่ดีขึ้น ทำให้ผลผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น นำไปสู่ค่าเฉลี่ยด้านดัชนีผลผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิม 103.69%เพิ่มเป็น 113.73% หรือเพิ่มขึ้น 9.68% จากปีที่ผ่านมา โดยสินค้าสำคัญที่มีการผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า อ้อยโรงงาน ปาล์มน้ำมันทุเรียน เงาะ มังคุด และกุ้งขาวแวนนาไม ส่วนด้านดัชนีราคาก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 137.35% เป็น 144.02% คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 4.86%

           หากวิเคราะห์รายหมวดสินค้าสำคัญ พบว่า หมวดพืชผล สร้างรายได้ให้เกษตรกรมากที่สุด โดยขยายตัว จากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ที่ 135.10% ครึ่งปี 2560 อยู่ที่ 164.03 เพิ่มขึ้นถึง 21.42% รองลงมาคือ หมวดประมง ขยายตัวจาก 185.39% เป็น 176.93% หรือเพิ่มขึ้น 17.81% แต่หมวดปศุสัตว์ มีการหดตัวลดลงจากปีก่อนที่ 185.39% เหลือ 176.93% ลดลง 4.56% เนื่องจากปัญหาโรคระบาดในสัตว์ปีกและสุกรในบางพื้นที่ ทั้งนี้สินค้าสำคัญที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ มังคุด ทุเรียน ข้าวเปลือกเจ้า ยางพารา อ้อยโรงงาน กุ้งขาวแวนนาไม เงาะ และ ปาล์มน้ำมัน

           โดยมังคุด สร้างรายได้ให้เกษตรกรโดดเด่นที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ซึ่งมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 116.39% เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตมังคุดปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.28% เนื่องจากสภาพอากาศมีความเย็นเหมาะสม และดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 84.50% เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ ทุเรียน ที่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมีรายได้เพิ่มขึ้นอยู่ในค่าเฉลี่ย 79.29% เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตทุเรียนปรับตัวเพิ่มขึ้น 42.91% จากสภาพอากาศปีนี้มีความเย็นเหมาะสม ส่งผลให้ออกดอกได้มากขึ้น ในทางเดียวกันดัชนีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.46% เพราะปริมาณผลผลิตทุเรียนกว่า 60% ของทุเรียนทั้งประเทศส่งออกไปยังต่างประเทศทั้งจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และเวียดนาม

           ส่วนข้าวเปลือกเจ้า รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกเจ้า ช่วงครึ่งปีแรก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 71% เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตข้าวเปลือกปรับตัวเพิ่มขึ้น 88.81% ซึ่งเป็นข้าวนาปรังที่ปลูกในเขตชลประทานไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ส่วนดัชนีราคาปรับตัวลดลง 3.84% ตามกลไกตลาดที่มีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ด้านยางพารา รายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 53.28% เป็นผลมาจากดัชนีราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้น 55.86% เนื่องจากกลุ่มผู้ส่งออกยาง 3 ประเทศ ทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ได้กำหนดนโยบายควบคุมปริมาณการส่งออก ส่วนดัชนีผลผลิตปรับตัวลดลง 1.66% ซึ่งเกิดจากช่วงที่ผ่านมา สภาพอากาศทางภาคใต้ของประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย มีฝนหนักอย่างต่อเนื่องและเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่สำคัญของการปลูกยาง

          ขณะที่อ้อยโรงงาน พบว่ารายได้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยโรงงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 45.31% เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตอ้อยโรงงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.88% จากคุณภาพผลผลิตอ้อยในปีการผลิต 2559/60 อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านกระบวนการผลิตน้ำตาลของโรงงานทุกแห่งส่งผลดีต่อผลผลิตน้ำตาลทราย ในทางเดียวกันดัชนีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 34.70% จากราคาน้ำตาลทรายโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ได้ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำตาล ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายได้ปรับตัวสูง ส่วนของปาล์มน้ำมัน รายได้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.04% เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตปาล์มน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.72% เนื่องจากสภาพอากาศที่เหมาะสม ส่วนดัชนีราคาปรับตัวลดลง 6.70% ตามกลไกตลาดที่มีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น และ กุ้งขาวแวนนาไม รายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.81% เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไมปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.16% จากสภาพอากาศปีนี้มีความเหมาะสม และได้แก้ไขปัญหาโรคกุ้งตายด่วน (EMS) รวมทั้งมีการปรับโครงสร้างฟาร์มโดยมีการจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบ ในทางเดียวกันดัชนีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.93% เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย

          “จะเห็นได้ว่าตัวเลขภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 ในแต่ละด้านมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 ไม่ว่าจะเป็นรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นถึง 15% ผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นในค่าเฉลี่ยเกือบ 10% และดัชนีราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 5% ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัยทั้งด้านสภาพอากาศเอื้ออำนวย ปริมาณน้ำฝนอยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ยปกติ การบริหารจัดการน้ำชลประทานที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนความต้องการสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรมีการผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นด้วยทั้งนี้ สศก. คาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในช่วงครึ่งปีหลังก็จะยังอยู่ในทิศทางที่เป็นบวกเช่นเดียวกับช่วงครึ่งปีแรก” นางสาวจริยา กล่าวทิ้งท้าย