ข้าวไทยมีความปลอดภัยสูง ผู้บริโภคไม่ควรตื่นตระหนก

                ตามที่มีรายงานข่าวว่าข้าวไทยที่บริโภคและส่งออกมีการใช้สารรมควันในการกำจัดแมลงในโรงเก็บข้าวเพื่อกำจัดมอดและแมลงซึ่งอาจมีสารตกค้างที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคนั้น จากข้อเท็จจริง   การใช้สารรมควันเพื่อป้องกันมอดและแมลงเป็นกระบวนการปกติในการเก็บรักษาข้าวที่ซึ่งมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคสูง  ที่ผ่านมาประเทศไทยส่งออกข้าวปีละหลายล้านตันต่อปี โดยไม่พบว่ามีรายงานการพบสารตกค้างดังกล่าวในข้าวไทย

                นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้กล่าวว่า การเก็บรักษาข้าวเปลือกหรือข้าวสารเป็นเวลานานจำเป็นต้องใช้สารเคมีรมควันเพื่อกำจัดมอดและแมลงในโรงเก็บ และเพื่อรักษาคุณภาพข้าวไว้ โดยสารเคมีที่อนุญาตให้ใช้ในโรงเก็บข้าวในปัจจุบัน  คือ อลูมิเนียมฟอสไฟด์ หรือ แมกนีเซียมฟอสไฟด์ ซึ่งสาร ๒ ชนิดนี้ ใช้ในรูปเม็ด ขนาดเม็ดละ ๑ กรัม  วางในโรงเก็บข้าวในปริมาณ ๒-๓ เม็ดต่อข้าว ๑ ตัน และปิดผ้าคลุมให้มิดชิด ทิ้งไว้ ๕-๗ วัน สารเคมีจะปล่อยก๊าซไฮโดรเจนฟอสไฟด์ ซึ่งมีฤทธิ์กำจัดแมลง และเมื่อเปิดผ้าคลุม ก๊าซจะสลายไปภายใน ๑๒ ชั่วโมง
                 
                 ดังนั้นเมื่อนำข้าวมาบรรจุในถุงจะไม่มีสารเคมีตกค้างในข้าวสาร และสารนี้จะไม่สะสมในข้าวแม้จะผ่านการรมควันมาหลายครั้ง อย่างไรก็ตามมาตรฐานสากลของ โคเด็กซ์ ได้กำหนดปริมาณสารตกค้างสูงสุดไว้เป็นระดับที่ปลอดภัยไม่เกิน ๐.๑ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยพบสารไฮโดรเจนฟอสไฟด์นตกค้างสูง เกินมาตรฐานและประเทศคู่ค้าของไทยไม่เคยแจ้งว่าพบสารดังกล่าวในข้าวไทย และเนื่องจากสารดังกล่าวมีคุณสมบัติเป็นก๊าซที่มีการสลายตัวเร็ว จึงทำให้ไม่พบรายงานว่ามีสารตกค้างในข้าวไทยมาก่อน 

                  มกอช. ได้ประเมินความเสี่ยงในการบริโภคข้าวของคนไทย พบว่าถึงแม้ข้าวจะมีไฮโดรเจนฟอสไฟด์ตกค้างที่ระดับ ๐.๑ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมข้าว ก็ยังมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

                   ส่วนสารเคมีอีกตัวหนึ่งที่ใช้ในการรมควันคือ เมททิลโบรไมด์ ซึ่งสารดังกล่าวจะอนุญาตให้ใช้ในการ   รมข้าว เพื่อการกักกันพืชก่อนการส่งออกและนำเข้าเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันทุกประเทศมีข้อตกลงในการลดการใช้สารเคมีดังกล่าวเนื่องจากมีผลกระทบต่อบรรยากาศของโลก ทำให้โลกร้อนขึ้น นอกจากนี้สารเคมีดังกล่าวยังใช้ในวงการเกษตรในหลายด้าน เช่น การใช้รมควันเพื่อกำจัดเพลี้ยไฟในดอกกล้วยไม้เพื่อการส่งออก

                  การควบคุมการใช้สารเคมีรมควันนี้ ดูแลโดยกรมวิชาการเกษตร โดยผู้ที่ทำการรับจ้างรมควัน และผู้ใช้สารรมควันต้องผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรเพื่อมั่นใจได้ว่ามีการใช้สารรมควันอย่างถูกต้องและปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

                 เลขาธิการ มกอช. ได้กล่าวเสริมว่าจากข้อมูลวิชาการสารเคมีที่อนุญาตให้ใช้ในโรงเก็บข้าว ไม่มีสารชนิดใดที่ก่อให้เกิดมะเร็ง สารที่ก่อมะเร็งมักพบในธัญพืชชนิดอื่น คือ สารอะฟลาทอกซิน ซึ่งเป็นสารพิษจากเชื้อรา พบในถั่วลิสง ข้าวโพด ที่เก็บรักษาไม่ดี แต่ไม่เคยพบในข้าวสารเนื่องจากคุณลักษณะของทางโภชนาการและความชื้นข้าวสาร ยกเว้นกรณีที่ข้าวสารเปียกน้ำหรือมีความชื้นสูงมากและเก็บไว้นาน อาจพบว่าเม็ดข้าวจับตัวเป็นก้อนและมีเชื้อรา ซึ่งกรณีดังกล่าวจะสังเกตได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า ซึ่งจะไม่ผ่านการตรวจสอบในการบรรจุถุงเพื่อขายสู่ท้องตลาด

 

ที่มา : มกอช (12 ก.ค.56)