อียูอาจตัดสิทธิจีเอสพีไทย

                สหภาพยุโรป (อียู) มีแนวโน้มเตรียมตัดสิทธิจีเอสพีสินค้า 57 รายการของไทยที่มีส่วนแบ่งตลาดเกินระดับที่กำหนด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ กล้วยไม้ มะละกอ น้ำตาล ผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป อาหารสำเร็จรูป ผลไม้กระป๋อง อาหารสัตว์ แป้ง ยางรถจักรยานยนต์ ผ้าผืน เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์ไฟฟ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยสินค้าทั้งหมดมีมูลค่าการส่งออกไปยุโรปเฉลี่ย 3 ปี 2552-2554 มูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท) ด้วยเหตุผลรายได้ต่อหัวของไทยเกินเกณฑ์ที่อียูกำหนด 3,700 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 130,000 บาท) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ของอียูในการให้สิทธิจีเอสพีนั้น ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์เตรียมการเจรจาเพื่อคงสิทธิจีเอสพีของไทย และจะส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปชี้แจงที่อียูช่วงปลายกรกฎาคมนี้
 
                คาดว่าการตัดสิทธิจีเอสพีของอียูจะมีผลทางปฏิบัติในเดือนมกราคม 2557 สำหรับผลิตภัณฑ์กุ้งแปรรูปที่จะได้รับผลกระทบต้องเสียภาษีจากอัตราเดิม 7% สูงขึ้นเป็นถึง 20% ซึ่งอาจเสียเปรียบคู่แข่งเช่น เวียดนาม มาเลเซีย ผู้ประกอบการไทยบางรายได้เตรียมรับมือโดยเตรียมใช้ฐานการส่งออกจากเวียดนาม และมาเลเซียทดแทน ทั้งเสนอการดำเนินการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ โดยเฉพาะการเปิดเจรจาเอฟทีเอกับอียู ซึ่งเคยเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ได้ผลของมาเลเซีย

 
 
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (6 ก.ค.55)