การรณรงค์โครงการเนื้อสัตว์ปลอดสารปฏิชีวนะในสหรัฐอเมริกา

                ปัจจุบันการใช้สารปฏิชีวนะเพื่อจุดประสงค์ในการเร่งการเจริญเติบโตของปศุสัตว์ ส่งผลต่อความกังวลเกี่ยวกับการใช้ที่มากเกินไปของสารปฏิชีวนะในอาหารสัตว์ ที่อาจก่อให้เกิดภาวะดื้อยา การบริโภคอาหารที่มีสารปฏิชีวนะตกค้างและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นำไปสู่วิกฤติสุขภาพที่สำคัญระดับประเทศ สหภาพองค์กรผู้บริโภคจึงจัดตั้งโครงการสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดสารปฏิชีวนะ และเรียกร้องให้เครือข่ายผู้จำหน่ายสินค้ารายใหญ่ของประเทศเป็นผู้นำในโครงการดังกล่าว
 
                ผลการสำรวจผู้บริโภคส่วนมากยินดีจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อเนื้อสัตว์ที่ปลอดสารปฏิชีวนะ โดยกว่า 37% ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มมากกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ (70 บาท/กิโลกรัม) เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้บริโภคเนื้อสัตว์ปลอดภัย ทั้งยังพบว่าผู้บริโภค 72% ที่ตระหนักถึงอันตรายต่อการเกิดภาวะดื้อยา และมากกว่า 60% ที่คำนึงถึงอันตรายต่อการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสะสมของยาปฏิชีวนะจากการบริโภคในมนุษย์
 
                ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ปลอดสารปฏิชีวนะได้จากหลากหลายซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งไม่ได้มีราคาสูงกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไป อาทิเช่น เนื้อไก่ปลอดสารปฏิชีวนะมีจำหน่ายที่ราคา 1.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ (90 บาท/กิโลกรัม) เท่านั้น แต่ทว่าสถานที่จำหน่ายหลายแห่งไม่ได้ติดฉลากเพื่อแยกเนื้อสัตว์ปลอดสารปฏิชีวนะให้มีความชัดเจน แม้จะสามารถมั่นใจได้กับฉลาก "organic" หรือเนื้อสัตว์ปลอดสาร แต่สหภาพองค์กรผู้บริโภคพบว่าฉลากอาหารบางประเภทที่ทำให้ผู้บริโภคสับสนในการเลือกซื้อ เช่นฉลาก "natural" อาจไม่ได้สื่อถึงกระบวนการผลิตทั้งหมดว่าปลอดการใช้สารปฏิชีวนะเสมอไป
 
                สารปฏิชีวนะกว่า 80% ที่จำหน่ายในสหรัฐ ถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการเลี้ยงและป้องกันโรคในปศุสัตว์ ซึ่งสหภาพองค์กรผู้บริโภคเชื่อว่า การสงวนการใช้สารปฏิชีวนะไว้เพื่อการรักษาโรคในมนุษย์ จำเป็นจะต้องลดหรืองดการใช้สารดังกล่าวในสัตว์ ทั้งนี้ ได้มีการผลักดันให้องค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ไปจนถึงรัฐสภาเพื่อขอให้ห้ามการใช้สารปฏิชีวนะในสัตว์มาโดยต่อเนื่อง
 
 
 
ที่มา : ThePigSite (25/06/55)